ก่อนเกมเรือใบพบหงส์แดง เช็คความพร้อม และ แนวโน้มเกม

เกมคู่บิ๊กแมตช์ประจำวันอาทิตย์ ของศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เป็นการพบกันระหว่างแมนฯ​ซิตี้ เจ้าบ้านเปิดรังเอติฮัด สเตเดี่ยมรับการมาเยือนของแชมป์เก่าอย่างลิเวอร์พูล

 

 

ก่อนเกมเจ้าบ้าน แมนฯ​ซิตี้ อยู่ในอันดับ 11 ของตารางคะแนน ถือเป็นการออกสตาร์ทที่แย่ที่สุดของเป๊บ กวาร์ดิโอล่า นับตั้งแต่มาคุมทีมให้ท่านชี้ค มานซูร์ แต่แม้ว่าจะมีผลงานในพรเมียร์ลีกไม่ดีนัก แต่การลงเล่นเกมยุโรปถือว่ายอดเยี่ยมเพราะชนะ 3 นัดรวด

 

ผลงานในพรีเมียร์ลีก 6 เกมแรก ชนะ 3 เสมอ 2 แพ้ 1 โดยในเกมที่แพ้เป็นการแพ้ในบ้านให้เลสเตอร์ไปถึง 1-5 ขณะที่ 3 เกมหลังสุดชนะอาร์เซน่อล เสมอเวสต์แฮมและชนะเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เรือใบสีฟ้ายิงได้แค่นัดละ 1 ลูกเท่านั้น

 

ปัญหาโดยตรงของแมนฯ ซิตี้ปีนี้คือการที่นักเตะยังโชว์ผลงานที่ไหลลื่นไม่ได้ แนวรุกยังขาดๆ เกินๆ และแดนกลางจังไม่สามารถประสานงานกันสร้างเกมรุกที่ลงตัวได้

 

“เรายอมรับว่าคิดหนักในการเจอลิเวอร์พูล เพราะพวกเขาแข็งแกร่งมาก ถือเป็นยอดทีมของโลก แต่เราจะชนะเกมวันอาทิตย์นี้ให้ได้” แบร์นาโด้ ซิลวา กล่าว

 

 

ผู้มาเยือนจากเมืองลิเวอร์พูลถือเป็นคู่แข่งเบอร์หนึ่งในช่วง 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา ก่อนเกมนี้แชมป์เก่าอยู่ในตำแหน่งรองจ่าฝูงที่เป็นรองแค่ประตูได้เสียให้นักบุญแดนใต้ เซาท์แธมป์ตัน (ก่อนเอฟเวอร์ตันลงเตะกับแมนฯ ยูไนเต็ด) ซึ่งเป็นผลพวงมาจากนัดที่บุกไปแพ้แอสตัน วิลล่าแบบเหลือเชื่อถึง 7-2 เมื่อเกมพรีเมียร์ลีกลงเล่นมา 7 นัด ชนะ 5 เสมอ 1 แพ้ 1 สามนัดหลังสุดก็เหมือนแมนฯ​ซิตี้ที่ชนะ 2 เกมเหนือเวสต์แฮมกับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดด้วยสกอร์ 2-1 ส่วนอีกนัดเสมอเอฟเวอร์ตัน 2-2

 

ลิเวอร์พูลมีปัญหาที่เกมรับต้องจัดทัพโดยไม่มีเวอร์กิล ฟาน ไดจ์คที่เจ็บและผ่าตัดหัวเข่าจนพักยาวหมดฤดูกาลไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นตั้งแต่ไร้ฟาน ไดจ์ค หงส์แดงชนะรวดมา 5 เกม ถึงแนวรับจะพลาดเสียประตู แต่ก็สามารถทดแทนด้วยแนวรุกที่อันตรายสุดขีดในนาทีนี้ ลิเวอร์พุลสามารถที่จะใช้ผลงานกดดันคู่แข่งในแง่ที่ว่า ทีมจากเมอร์ซี่ไซด์พร้อมทำประตูแซงและชนะในเกมได้เสมอ

 

แนวรุกของลิเวอร์พูลที่เคยพึ่งพาสามประสานซาลาห์-มาเน่-ฟีร์มิโน่ ในฤดูกาลที่แล้วถ้าวันใดวันหนึ่ง 1 ใน 3 ประสานดันเล่นไม่ออก อย่างน้อยคนอื่นก็จะทำผลงานดีขึ้นมาทดแทน แต่ปีนี้ในวันที่คนหนึ่งในนี้เล่นไม่ออก เจอร์เก้น คล็อปป์สามารถปล่อยตัวสำรองคุณภาพทัดเทียมกันลงทำหน้าที่แทน ไม่ว่าจะเป็นดิโอโก้ โจต้า, เชอร์ดาน ชากิรี่หรือทาคุมิ มินามิโนะ ที่ถูกฝึกฝนให้เล่นแบบเดียวกับสามประสานไว้แล้ว และโจต้าคือคนที่ทำงานได้สมบูรณ์ที่สุดในนาทีนี้

 

ขณะเดียวกันผลงานในแชมเปี้ยนลีกของลิเวอร์พูลยอดเยี่ยมเช่นกัน การลงเล่นแบบชนะรวดทั้ง 3 เกมทำให้คล็อปป์สามารถวางใจกับเกมที่เหลือและมาโฟกัสกับเกมลีกได้มากขึ้น

 

 

เกมนี้จะเป็นอีกเกมที่มีความอึดอัดในการเล่นสูง เพราะต่างฝ่ายต่างรู้ดีว่าแนวรับค่อนข้างที่จะยังไม่ลงตัว โดยเฉพาะฝั่งทีมเยือนลิเวอร์พูล การจะเน้นสร้างสรรค์ค์เกมบุกและเล่นเพรสซิ่งหนักๆ ตามสไตล์อาจจะไม่ใช่แผนที่ดี เพราะต้องยอมรับว่าแมนฯ​ ซิตี้เองก็เก่งพอที่จะเอาตัวรอดจากการเพรสซิ่งหนักๆ ได้ รูปเกมจึงเป็นการเน้นสร้างความชัวร์ในจังหวะครองบอลเพื่อขึ้นเกมรุก และตั้งรับอย่างมีวินัยในเกมรับทั้งสองทีม

 

จุดชี้ขาดในการเล่นนัดนี้ อยู่ที่ใครสามารถใช้โอกาสในการเล่นเกมโต้กลับได้ดีกว่ากัน รวมถึงการวัดใจว่าใครจะอดทนหาช่องเจาะแนวรับของอีกทีมที่ตั้งรับแน่นและลึกเข้าไปล่อเป้าได้

 

 

เดิมทีลิเวอร์พูลจะได้เปรียบในการเล่นแบบสวิชต์ซ้าย-ขวา แต่การขาดดิเอโก้ อัลคันทาร่าที่ไม่พร้อมลงสนามจะทำให้ความหลากหลายของลิเวอร์พูลหายไประดับหนึ่ง ส่วนแนวรุกของแมนฯ​ ซิตี้ที่นำโดยสเตอร์ลิ่งและกาเบรียล เฆซุสดูจะอันตรายระดับสูงสุดสำหรับแนวรับหงส์แดง

 

ความน่าจะเป็นของเกมนี้ : แมนฯ ซิตี้ เฉือน 1-0

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *