โทนี่ พูลิชกับนกเค้าแมวพิการจิกใครไม่เป็น

การจมอยู่ในอันดับรองบ๊วยของแชมเปี้ยนชิพ เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้สโมสรอย่างเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ต้องขยับตัว และผลก็คือการปลดแกรี่ มองค์ กุนซือออกจากตำแหน่งแล้วหาคนเข้ามาแก้สถานการณ์ให้ได้

 

 

งานนี้มันไม่ยากที่เว้นส์เดย์ซึ่งแม้ตอนนี้จะมีแค่ 6 คะแนนจาก 11 เกมจะหนีจากโซนตกชั้น เพราะขอแค่ชนะไม่กี่เกมก็หลุดจากพื้นที่สีแดงได้แล้ว เนื่องจากวีคอมป์และโคเวนทรีเองก็มีคะแนนมากกว่านกเค้าแมวแค่ 1 กับ 2 แต้มเท่านั้น แต่เรื่องที่ยากคือใครจะกล้ามารับเผือกร้อนๆ

 

ผลงานสองนัดสุดท้ายของแกรี่ มองค์ ก่อนจากไปคือการหยุดสถิติแพ้ติดกัน 4 นัดด้วยการชนะ บอร์นมัธ และเสมอมิลวอลล์ แต่ปัญหาจากการโดนปรับแต้มไป 6 คะแนนทำให้ทีมยังอยู่ในกลุ่มท้ายตาราง

 

หลังจากผ่านไปไม่กี่วัน สุดท้ายเว้นส์เดย์ก็ไปอ้อนวอนกุนซือวัย 62 ปี โทนี่ พูลิช กลับมาสัมผัสกลิ่นการทำงานอีกครั้ง โดยเชื่อมั่นว่าประสบการณ์คร่ำหวอดในการคุมทีมของพูลิชคือคำตอบ

 

 

หนึ่งปีของพูลิชที่ไม่ได้คุมทีมเลย ตั้งแต่แยกทางกับมิดเดิ้ลสโบร์ตอนจบฤดูกาล 2018/2019 ซึ่งมาจากการที่ปู่โทนี่เลือกจะไม่ขยายสัญญาคุมทีมออกไปเอง เพราะในฤดูกาลนั้นมิดเดิ้ลสโบร์ในการคุมบังเหียนของกุนซือรายนี้เกาะกลุ่มท็อปซิกส์แทบจะทั้งฤดูกาล ก่อนจะมาสะดุดแพ้ติดๆ กันจนพลาดเพลย์ออฟช่วงท้ายซีซั่น

 

ย้อนกลับไปในช่วงที่ดูรุ่งโรจน์ที่สุดของพูลิช ไม่มีใครลืมช่วงเวลาที่สโต๊ก ซิตี้ กลายเป็นทีมตัวแสบจากการเล่นบอลยาว หากขึ้นนำแล้วจะตั้งรับ หรือตีเสมอได้แล้วอุดประตู รวมทั้งกลยุทธ์ทิ้งบอมบ์ท้ายเกมที่สร้างความเจ็บแสบมานักต่อนัก วิธีการเล่นแบบที่อิตาลีเรียกว่าสไตล์คาเตนัคโช่ ซึ่งทีมในเกาะอังกฤษไม่ทำกัน กลายเป็นเครื่องหมายการค้าของช่างปั้นหม้อในเวลานั้น ซึ่งโทษกันไม่ได้ เพราะผลของการทำแบบนั้น สโมสรสโต๊ก ซิตี้ที่เป็นทีมขนาดเล็ก ไม่มีเงินถุงสามารถเลื่อนชั้นขึ้นมาพรีเมียร์ลีก และอยู่รอดในเวทีลีกสูงสุดได้หลายฤดูกาลติดต่อกัน ทั้งยังถึงขนาดไปลุยรอบลึกในเกมยูโรป้า ลีกมาแล้วด้วย

 

มีสถิติที่บ่งบอกสไตล์การคุมทีมของโทนี่ พูลิชเอาไว้อย่างขำขันว่า “นับตั้งแต่เมสซี่ยิงประตูแรกให้บาร์ซ่า จนถึงตอนนี้เมสซี่ทำประตูไปมากกว่าลูกทีมของพูลิช 711 ต่อ 690 ประตู” หรือแม้แต่การล้อเลียนว่า “ถ้าส่งผู้เล่นลงสนามได้ 12 คน พูลิชก็จะเอาทั้ง 12 คนไปเล่นเกมรับอยู่ดี”

 

 

การเลือกให้โทนี่ พูลิช มาเป็นคนแก้สถานการณ์อยู่ในสายตาของเดชพล จันศิริ ประธานสโมสรชาวไทยที่ตั้งเป้าให้ทีมกลับไปอยู่ในโซนลุ้นเลื่อนชั้นให้ได้โดยเร็ว สิ่งที่พูลิชต้องทำคือการยิงประตู เพราะหลังผ่านไป 11 เกมช่วงที่แกรี่ มองค์คุมนั้น หากไม่นับเกมนัดเปิดฤดูกาลที่ชนะคาร์ดิฟฟ์ 2-0 จากนั้นมานกเค้าแมวไม่เคยยิงได้เกิน 1 ลูก กองหน้า 5 คนที่ใช้งานยิงรวมกัน 1 ลูก เมื่อเป็นแบบนี้ ทั้งที่ทีมก็ไม่ได้มีปัญหาเกมรับมากมาย บางครั้งประตูเดียวที่เสียไปก็ทำให้เว้นส์เดย์พลาด 3 แต้มหรือแพ้ไปเลย ซึ่งหากเว้นส์เดย์ยิงประตูได้มากกว่านี้เกมอาจจะเปลี่ยนไปก็ได้

 

แต่ว่าการเล่นเกมบุกไม่ได้เป็นของถนัดของพูลิช บางทีกุนซืออย่างพูลิชอาจจะขันเกมรับให้เหนียวกว่าเดิม แล้วขอแค่ประตูโทนเกมต่อเกมเพื่อขยับอันดับให้ได้ก่อนก็เป็นได้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *